ดูแลพื้นบ้าน แต่ละประเภทให้ถูกวิธี

ดูแลพื้นบ้าน

พื้นบ้านคือหนึ่งในส่วนที่ใช้งานหนักที่สุดของบ้าน ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง ลากของ ทำอาหาร หรือทำความสะอาด ถ้าดูแลผิดวิธี ต่อให้เป็นพื้นราคาแพงก็พังเร็วได้เหมือนกัน บทความนี้จะพาไปดูว่า พื้นบ้านแต่ละประเภทควรดูแลยังไงให้ถูกทาง ตั้งแต่พื้นไม้สุดคลาสสิก ไปจนถึงพื้นสมัยใหม่อย่างไวนิล อ่านจบดูแลบ้านได้แบบมือโปรแน่นอน

พื้นไม้จริง

พื้นไม้จริง ดูแลดี บ้านดูแพงไปอีกสิบปี

พื้นไม้จริงให้ความรู้สึกอบอุ่น คลาสสิก และเพิ่มมูลค่าให้บ้านได้ดีมาก แต่ก็เป็นพื้นประเภทที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะไม้ไวต่อความชื้น แดด และรอยขีดข่วน การดูแลพื้นไม้ที่ถูกวิธีคือ หลีกเลี่ยงน้ำโดยตรง อย่าถูพื้นแบบแฉะ ควรใช้ไม้ถูหมาด ๆ หรือผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำบิดแห้ง เช็ดเพียงเบา ๆ ก็พอ

อีกเรื่องที่หลายบ้านมองข้ามคือแสงแดด พื้นไม้ไม่ควรโดนแดดจัดเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้สีซีดและไม้แห้งแตกได้ แนะนำให้ติดม่าน หรือฟิล์มกัน UV ตรงจุดที่แดดส่องแรง ๆ และควรทาน้ำยาเคลือบไม้ปีละ 1–2 ครั้ง เพื่อช่วยป้องกันรอยและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

พื้นกระเบื้อง

พื้นกระเบื้อง แข็งแรง ดูแลง่าย แต่ก็มีจุดที่ต้องระวัง

พื้นกระเบื้องถือว่าเป็นพื้นยอดนิยม เพราะทนทาน กันน้ำ และดูแลง่าย เหมาะกับทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำ วิธีดูแลหลัก ๆ คือ กวาดฝุ่นและถูพื้นเป็นประจำ ใช้น้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาแรง ๆ

จุดที่ต้องระวังคือ “ร่องยาแนว” เพราะเป็นแหล่งสะสมคราบสกปรกและเชื้อรา ถ้าปล่อยไว้นานจะดำและดูเก่า ควรขัดร่องยาแนวเดือนละครั้งด้วยแปรงขนนุ่มและน้ำยาสูตรอ่อน หากเป็นกระเบื้องผิวมัน ควรหลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เพราะอาจทำให้ผิวกระเบื้องหมองได้

พื้นลามิเนต

พื้นลามิเนต สวยเหมือนไม้ แต่ต้องห้ามน้ำเด็ดขาด

พื้นลามิเนตเป็นทางเลือกของคนที่อยากได้ลุคไม้ แต่ราคาประหยัดกว่าและติดตั้งง่าย อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนสำคัญของลามิเนตคือ ไม่ถูกกับน้ำ หากน้ำซึมเข้ารอยต่อ พื้นจะบวมและเสียรูปทันที

วิธีดูแลที่ถูกต้องคือ กวาดหรือดูดฝุ่นเป็นประจำ และใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดเท่านั้น หากมีน้ำหกต้องรีบเช็ดให้แห้งทันที ไม่ควรใช้น้ำยาถูพื้นที่มีความมันหรือแอลกอฮอล์สูง เพราะจะทำให้ผิวหน้าลามิเนตเสื่อมสภาพเร็ว และควรติดแผ่นรองขาเฟอร์นิเจอร์เพื่อลดรอยขีดข่วนจากการลาก

พื้นหินอ่อน

พื้นหินอ่อน หรูหรา แต่ต้องดูแลแบบถนอม

พื้นหินอ่อนให้ความรู้สึกหรูหราและเย็นสบาย แต่เป็นพื้นธรรมชาติที่มีรูพรุนสูง ดูดซึมของเหลวได้ง่ายมาก การดูแลพื้นหินอ่อนต้องเน้นความอ่อนโยนเป็นหลัก ควรใช้ น้ำสะอาดหรือผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับหินอ่อนเท่านั้น ห้ามใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่าง เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำส้มสายชู หรือผงซักฟอก

ถ้ามีของเหลวหก โดยเฉพาะกาแฟ ไวน์ หรือซอส ต้องรีบเช็ดทันที ไม่เช่นนั้นจะเกิดคราบฝังลึก แนะนำให้เคลือบผิวหินอ่อนปีละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยป้องกันคราบและรอยขีดข่วน ทำให้พื้นยังเงางามเหมือนใหม่อยู่เสมอ

พื้นไวนิล

พื้นไวนิล ทางเลือกใหม่ ดูแลง่าย เหมาะกับบ้านยุคปัจจุบัน

พื้นไวนิลกำลังได้รับความนิยมมาก เพราะทนชื้น กันน้ำ และให้ลวดลายเหมือนไม้หรือหินในราคาที่จับต้องได้ วิธีดูแลพื้นไวนิลถือว่าง่ายมาก เพียงกวาดหรือดูดฝุ่นเป็นประจำ และถูด้วยน้ำผสมน้ำยาสูตรอ่อนก็เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงของมีคม และการลากเฟอร์นิเจอร์หนัก ๆ เพราะอาจทำให้ผิวหน้าเป็นรอยได้ ถึงแม้ไวนิลจะกันน้ำ แต่ไม่ควรปล่อยให้น้ำขังเป็นเวลานาน และไม่ควรใช้น้ำยาที่มีแอลกอฮอล์สูง เพราะจะทำให้ผิวหน้าหมองหรือเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

เทคนิค ดูแลพื้นบ้าน ให้สวยทุกประเภท ใช้ได้จริงทุกบ้าน

ไม่ว่าบ้านคุณจะใช้พื้นแบบไหน มีหลักการดูแลร่วมกันที่ควรทำเหมือนกันคือ ทำความสะอาดสม่ำเสมอ อย่าปล่อยคราบฝังแน่น และหลีกเลี่ยงน้ำยาที่แรงเกินความจำเป็น พื้นส่วนใหญ่ไม่ต้องการการขัดแรง ๆ แต่ต้องการความสม่ำเสมอและความถูกวิธี

อีกเคล็ดลับสำคัญคือการป้องกันก่อนเสียหาย เช่น ติดพรมบริเวณหน้าประตู เพื่อลดฝุ่นและทราย ใช้แผ่นรองขาโต๊ะ เก้าอี้ และหลีกเลี่ยงรองเท้าส้นแข็งภายในบ้าน เพียงเท่านี้ก็ช่วยยืดอายุพื้นบ้านให้สวย ทน และใช้งานได้ยาวนานหลายปีแบบไม่ต้องซ่อมบ่อย

ข้อควรระวังในการ ดูแลพื้นบ้าน

แม้จะรู้วิธีดูแลพื้นแต่ละประเภทแล้ว แต่ ข้อควรระวังเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้คือสาเหตุหลักที่ทำให้พื้นบ้านพังเร็วกว่าที่ควร หากเลี่ยงได้ จะช่วยยืดอายุพื้นไปได้อีกหลายปีแบบไม่รู้ตัว

1. ห้ามใช้น้ำยาผิดประเภทเด็ดขาด
หลายคนคิดว่าน้ำยาทำความสะอาดแรง ๆ จะช่วยให้พื้นสะอาดขึ้น แต่ในความเป็นจริงกลับทำลายผิวพื้นโดยตรง โดยเฉพาะพื้นไม้ ลามิเนต และหินอ่อน ควรเลือกน้ำยาสูตรอ่อนหรือเฉพาะทางเท่านั้น และหลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีกรด ด่าง หรือแอลกอฮอล์สูง

2. อย่าถูพื้นเปียกแฉะเกินไป
ไม่ว่าจะเป็นพื้นแบบไหน การถูพื้นแบบมีน้ำขังหรือชุ่มเกินไป ล้วนเพิ่มความเสี่ยงให้พื้นเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะพื้นไม้และลามิเนตที่บวมน้ำได้ง่าย ควรใช้ผ้าหรือไม้ถูพื้นแบบบิดหมาดเสมอ

3. ระวังรอยขีดข่วนจากเฟอร์นิเจอร์
การลากโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ หรือโซฟา เป็นตัวการทำลายพื้นแบบเงียบ ๆ ควรติดแผ่นรองขาเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น และยกแทนการลากเสมอ โดยเฉพาะพื้นไม้ ไวนิล และลามิเนตที่เป็นรอยง่าย

4. หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นแข็งและทราย
ทรายเล็ก ๆ จากรองเท้าเป็นเหมือนกระดาษทรายที่ค่อย ๆ ขูดผิวพื้นให้สึกโดยไม่รู้ตัว แนะนำให้มีพรมดักฝุ่นหน้าประตู และหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นแข็งเดินในบ้าน

5. อย่าปล่อยคราบไว้นาน
คราบน้ำ คราบอาหาร หรือของเหลวสีเข้ม หากปล่อยไว้นานจะฝังลึก โดยเฉพาะพื้นหินอ่อนและพื้นไม้ ควรเช็ดทันทีที่เกิด เพื่อป้องกันคราบถาวรที่แก้ไขยาก

6. ระวังความชื้นสะสมในบ้าน
ความชื้นสูงส่งผลเสียกับพื้นแทบทุกประเภท โดยเฉพาะพื้นไม้ ควรเปิดระบายอากาศ ใช้พัดลม หรือเครื่องดูดความชื้นในช่วงหน้าฝน เพื่อป้องกันพื้นโก่ง บวม หรือเกิดเชื้อรา

สรุป

การดูแลพื้นบ้านให้ถูกวิธีไม่ใช่เรื่องยาก แค่ต้องรู้ว่าพื้นที่บ้านคุณเป็นประเภทไหน และเลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะสม พื้นที่ดูแลดีจะไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้นทุกวันอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากการดูแลพื้นบ้านให้ถูกวิธีแล้ว หลายคนยังเลือกใช้เวลาว่างอยู่บ้านให้เกิดประโยชน์ เช่น การทำความสะอาดบ้าน อ่านหนังสือ หรือเลือกความบันเทิงออนไลน์ที่ปลอดภัยจาก เว็บหวยถูกกฎหมาย ที่มีใบอนุญาตชัดเจน ไม่เสี่ยง และไม่สร้างปัญหาตามมาภายหลัง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *